แก้ไขปักหมุด google map ในโทรศัพท์ ทำอย่างไร? อัปเดตตำแหน่งร้านง่าย ๆ ในไม่กี่นาที

เคยไหม? ลูกค้าหาร้านไม่เจอ ทั้งที่เปิด google map แล้ว แต่หมุดกลับปักผิดไปอีกซอย หรือพาไปผิดอาคาร ทำให้เสียลูกค้าโดยไม่รู้ตัว! ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ iPhone ก็ทำเหมือนกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ วันนี้ SGE Advertising จะพาคุณไปดูวิธี แก้ไขปักหมุด google map ในโทรศัพท์ แบบละเอียด พร้อมเคล็ดลับ ทำยังไงให้ Google อนุมัติอย่างไวที่สุด!
หากธุรกิจของคุณยังไม่มีตำแหน่งบน Google Maps สามารถศึกษาวิธี วิธีปักหมุดใน Google Map ก่อนได้ เพราะการแก้ไขตำแหน่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีหมุดสถานที่อยู่ในระบบแล้ว
Google Map ปักหมุดผิด ส่งผลเสียอย่างไรกับธุรกิจ?
การที่หมุดใน google map ไม่ตรง อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงกลับส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้าหลงทาง หาร้านไม่เจอ, สูญเสียโอกาสในการสร้างยอดขาย, กระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์, ได้รับรีวิวเชิงลบโดยไม่จำเป็น, ลดประสิทธิภาพของ Local SEO, กระทบต่อการจัดส่งสินค้าและบริการเดลิเวอรี และ เสียโอกาสจากลูกค้าใหม่ที่ค้นหาร้านผ่าน Google
- ลูกค้าหลงทาง หาร้านไม่เจอ
หากหมุดปักผิดตำแหน่ง ลูกค้าอาจเดินทางไปผิดซอยหรือผิดอาคาร ทำให้เสียเวลา เกิดความไม่พอใจ และอาจเปลี่ยนไปใช้บริการร้านคู่แข่งแทน - สูญเสียโอกาสในการสร้างยอดขาย
เมื่อลูกค้าหาร้านไม่เจอหรือเดินทางลำบาก ก็มีโอกาสยกเลิกการเข้าร้าน โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาลูกค้า Walk-in ซึ่งส่งผลต่อยอดขายโดยตรง - กระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ข้อมูลตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องบน google map อาจทำให้ลูกค้ามองว่าธุรกิจขาดการดูแลและอัปเดตข้อมูล ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในระยะยาว - ได้รับรีวิวเชิงลบโดยไม่จำเป็น
ลูกค้าที่เดินทางผิดหรือหาร้านไม่เจอ อาจให้รีวิวในแง่ลบ เช่น “หาร้านไม่เจอ” หรือ “google maps พาไปผิดที่” ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจของลูกค้ารายใหม่ - ลดประสิทธิภาพของ Local SEO
หากตำแหน่งร้านไม่ถูกต้อง Google อาจแสดงผลธุรกิจได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ได้ยากขึ้น - กระทบต่อการจัดส่งสินค้าและบริการเดลิเวอรี
การปักหมุดผิดอาจทำให้ไรเดอร์หรือพนักงานส่งของไปผิดที่ ส่งผลให้จัดส่งล่าช้า เพิ่มต้นทุน และกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า - เสียโอกาสจากลูกค้าใหม่ที่ค้นหาร้านผ่าน Google
ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากค้นหาร้านค้าผ่าน google search และ google maps ก่อนตัดสินใจเดินทาง หากลูกค้าเห็นว่าตำแหน่งร้านไม่ชัดเจนหรือเดินทางไปแล้วไม่พบร้าน ก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปใช้บริการร้านอื่นที่มีข้อมูลครบถ้วนและน่าเชื่อถือมากกว่า
จากประสบการณ์ของทีม SGE Advertising ที่ดูแล การตลาดออนไลน์ ให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท เราพบว่าปัญหา ‘หมุด Google Maps ปักผิดตำแหน่ง’ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าติดต่อธุรกิจไม่สำเร็จ แม้ธุรกิจจะติดอันดับการค้นหาบน Google แล้วก็ตาม ดังนั้น การตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำ Local SEO ที่ไม่ควรมองข้าม
ก่อนแก้ไขปักหมุด Google Map ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
เพื่อเพิ่มโอกาสที่ google จะอนุมัติการแก้ไขได้เร็วขึ้น ก่อนจะไปแก้ไขปักหมุด google map ควรอัปเดตแอป google maps ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด, เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google , เปิดบริการระบุตำแหน่ง (GPS) บนโทรศัพท์, ตรวจสอบตำแหน่งที่ถูกต้องของสถานที่, เตรียมข้อมูลของสถานที่ให้ครบถ้วน, ยืนยันว่าเป็นเจ้าของธุรกิจ และ เตรียมหลักฐานประกอบ
- อัปเดตแอป Google Maps ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
Google มีการปรับปรุงฟีเจอร์และหน้าตาการใช้งานอยู่เสมอ หากใช้แอปเวอร์ชันเก่า อาจไม่พบเมนูสำหรับแก้ไขข้อมูล ควรตรวจสอบการอัปเดตผ่าน Google Play Store หรือ App Store ก่อนเริ่มแก้ไข - เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google
แนะนำให้ใช้บัญชีที่ใช้งานเป็นประจำ เพราะบัญชีที่มีประวัติการใช้งานและมีความน่าเชื่อถือ มักช่วยให้การพิจารณาคำขอเป็นไปได้อย่างราบรื่น - เปิดบริการระบุตำแหน่ง (GPS) บนโทรศัพท์
การเปิด GPS จะช่วยให้ Google สามารถตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของคุณได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแก้ไขหมุดของสถานที่ที่คุณกำลังอยู่จริง - ตรวจสอบตำแหน่งที่ถูกต้องของสถานที่
ก่อนเลื่อนหมุด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตำแหน่งใหม่ตรงกับสถานที่จริง แนะนำให้ใช้ใช้มุมมองดาวเทียม (Satellite) หรือ Street View เพื่อช่วยยืนยันตำแหน่งให้แม่นยำมากขึ้น - เตรียมข้อมูลของสถานที่ให้ครบถ้วน
หากต้องการแก้ไขข้อมูลร้านค้า ควรตรวจสอบรายละเอียดอื่น ๆ ไปพร้อมกัน เช่น- ชื่อสถานที่
- ที่อยู่
- เบอร์โทรศัพท์
- เว็บไซต์
- เวลาเปิด-ปิด
- หมวดหมู่ธุรกิจ
- ยืนยันว่าเป็นเจ้าของธุรกิจ (กรณีร้านค้า)
หากคุณเป็นเจ้าของร้านหรือผู้ดูแลธุรกิจ และได้ยืนยันสิทธิ์ผ่าน Google Business Profile แล้ว การแก้ไขตำแหน่งหรือข้อมูลร้านค้าจะทำได้สะดวก และอัปเดตเร็วกว่าเมื่อเทียบกับการส่งคำขอในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป หากยังไม่แน่ใจว่า Google Business Profile คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Google Business Profile คือ - เตรียมหลักฐานประกอบ (หากจำเป็น)
ในบางกรณี Google อาจตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เช่น- รูปหน้าร้านที่เห็นป้ายชื่อชัดเจน
- ภาพเลขที่อาคารหรือบ้านเลขที่
- ภาพบริเวณทางเข้าร้าน
- เอกสารยืนยันที่อยู่ (ในบางกรณี)
วิธีแก้ไขปักหมุด Google Map ในโทรศัพท์
หากพบว่าหมุดบน google map ปักผิดตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า บ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ คุณสามารถส่งคำขอ แก้ไขหมุดใน google map ได้ผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ Android และ iPhone โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. เปิดแอป Google Maps และเข้าสู่ระบบบัญชี Google

เริ่มต้นด้วยการเปิดแอป google maps บนโทรศัพท์มือถือ จากนั้นตรวจสอบว่าคุณได้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เรียบร้อยแล้ว เพราะการส่งคำขอแก้ไขข้อมูลจำเป็นต้องใช้บัญชี Google
*หากยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ให้แตะที่รูปโปรไฟล์มุมขวาบน แล้วลงชื่อเข้าใช้ก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
2. ค้นหาสถานที่ที่ต้องการแก้ไข

แตะแถบค้นหาด้านบน แล้วพิมพ์ชื่อสถานที่หรือร้านค้าที่ต้องการแก้ไข เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ คลินิก หรือบริษัท เมื่อพบสถานที่ที่ต้องการแล้ว ให้แตะชื่อสถานที่เพื่อเปิดหน้ารายละเอียด
*หากค้นหาไม่พบชื่อร้าน สามารถซูมแผนที่แล้วแตะตำแหน่งของหมุดบนแผนที่แทนได้
3. เลื่อนลงและเลือก “แนะนำการแก้ไข” (Suggest an Edit)

ภายในหน้ารายละเอียดของสถานที่ ให้เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบเมนู แนะนำการแก้ไข (Suggest an Edit) แตะเพื่อเข้าสู่หน้าสำหรับแก้ไขข้อมูลของสถานที่ ในบางเวอร์ชันของแอป อาจแสดงเป็นคำว่า
- แก้ไขข้อมูล
- แนะนำการเปลี่ยนแปลง
- Suggest an Edit
4. เลือกแก้ไขตำแหน่งของสถานที่

เมื่อเข้าสู่หน้าการแก้ไข จะมีตัวเลือกหลายรายการ เช่น ชื่อสถานที่, หมวดหมู่, เวลาเปิด-ปิด, เบอร์โทรศัพท์, เว็บไซต์ และ ตำแหน่ง (Location) ให้เลือกเมนู ตำแหน่ง (Location) หรือ ย้ายหมุด (Move Pin) เพื่อเริ่มแก้ไขตำแหน่งบนแผนที่
5. ลากหมุดไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง

Google Maps จะแสดงแผนที่พร้อมหมุดสีแดง ให้ใช้นิ้วลากแผนที่ หรือเลื่อนหมุดไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องที่สุด แนะนำว่าควรซูมเข้าให้ใกล้ที่สุด เพื่อให้หมุดอยู่ในตำแหน่งที่แม่นยำ
6. ตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งคำขอ

ก่อนกดส่งคำขอ ควรตรวจสอบอีกครั้งว่าหมุดอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ชื่อร้านถูกต้อง ที่อยู่ตรงกับสถานที่จริง และไม่มีการปักหมุดซ้ำกับสถานที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยลดโอกาสที่ Google ปฏิเสธคำขอ
7. กด “ส่ง” (Submit)

เมื่อมั่นใจว่าข้อมูลถูกต้องแล้ว ให้แตะปุ่ม ส่ง (Submit) Google จะบันทึกคำขอของคุณเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบ หลังจากส่งแล้ว จะมีข้อความแจ้งว่า Google ได้รับคำขอเรียบร้อย และอยู่ระหว่างการพิจารณา
8. รอ Google ตรวจสอบและอนุมัติ

เมื่อส่งคำขอแล้ว Google จะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปแสดงบน Google Maps โดยระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี เช่น
- การแก้ไขเล็กน้อย อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
- การแก้ไขตำแหน่งร้านค้า อาจใช้เวลาประมาณ 1-7 วัน
- กรณีที่ต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม อาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์
หากคำขอได้รับการอนุมัติ หมุดบน Google Maps จะถูกอัปเดตเป็นตำแหน่งใหม่โดยอัตโนมัติ
วิธีตรวจสอบว่าการแก้ไขสำเร็จหรือไม่
หลังจากส่งคำขอแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ค้นหาสถานที่เดิมบน Google Maps แล้วดูว่าหมุดถูกย้ายหรือยัง
- เข้าไปที่เมนู การมีส่วนร่วม (Contribute) เพื่อดูประวัติการแก้ไขที่คุณส่งไว้
- หากเป็นเจ้าของธุรกิจ สามารถตรวจสอบผ่าน Google Business Profile ว่าข้อมูลตำแหน่งได้รับการอัปเดตแล้วหรือไม่
เคล็ดลับ ทำให้ Google อนุมัติการแก้ไขได้เร็วขึ้น
หากอยากให้ Google ตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลได้เร็วขึ้น การส่งคำขออย่างถูกวิธีถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาได้ ทีม SGE Advertising มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากครับ
- ตรวจสอบตำแหน่งให้ถูกต้องก่อนส่งคำขอ
ก่อนกดส่ง ควรซูมแผนที่ให้ละเอียดและตรวจสอบว่าหมุดอยู่ตรงตำแหน่งจริงของสถานที่ เช่น หน้าร้าน ทางเข้าอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขซ้ำหลายครั้ง - เปิด GPS และส่งคำขอจากสถานที่จริง
หากเป็นไปได้ ควรเปิดบริการระบุตำแหน่ง (GPS) และส่งคำขอขณะอยู่ที่สถานที่จริง เพราะจะช่วยให้ Google ตรวจสอบตำแหน่งได้แม่นยำมากขึ้น - กรอกข้อมูลของสถานที่ให้ครบถ้วน
หากพบว่าข้อมูลอื่น ๆ เช่น ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือเวลาเปิด-ปิด ไม่ถูกต้อง ควรแก้ไขให้ครบในครั้งเดียว เพื่อให้ข้อมูลบน Google Maps มีความสมบูรณ์และน่าเชื่อถือ - หลีกเลี่ยงการส่งคำขอซ้ำหลายครั้ง
หลังจากส่งคำขอแล้ว ควรรอผลการตรวจสอบก่อน ไม่ควรส่งคำขอเดิมซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจทำให้ระบบต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและใช้เวลานานขึ้น
- ยืนยันสิทธิ์ผ่าน Google Business Profile
หากเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรยืนยันความเป็นเจ้าของร้านผ่าน Google Business Profile ก่อน เพราะมักจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการส่งคำขอจากผู้ใช้งานทั่วไป - ใช้บัญชี Google ที่มีการใช้งานเป็นประจำ
บัญชี Google ที่มีประวัติการใช้งาน เช่น การรีวิวสถานที่ การอัปโหลดรูปภาพ หรือการมีส่วนร่วมกับ Google Maps อย่างต่อเนื่อง อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำขอได้ - ตรวจสอบผลการแก้ไขเป็นระยะ
หลังส่งคำขอแล้ว ควรติดตามสถานะผ่าน Google Maps หรือ Google Business Profile หากพบว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติภายในหลายวัน สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและส่งคำขอใหม่ได้เมื่อจำเป็น
เพียงเท่านี้ การแก้ไขหมุด google maps ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะการมีข้อมูลธุรกิจที่ถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้ลูกค้าค้นหาร้านได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ผ่านการค้นหาบน google ได้มากขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ การปักหมุด Google Maps เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำการตลาดออนไลน์ หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ควรมีเว็บไซต์ที่รองรับ SEO ควบคู่กัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้ข้อมูลธุรกิจถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้บริการ รับปักหมุด Google Maps จาก SGE Advertising ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างและยืนยันข้อมูลธุรกิจ ไปจนถึงการปรับแต่งรายละเอียดให้พร้อมรองรับการค้นหาบน Google เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมและเริ่มต้นการตลาดดิจิทัลที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า
- Tel : 065-419-9555
- E-mail : [email protected]
- LINE : @sgeads

















