วิธีปักหมุดใน google map ทำเองได้ง่าย ๆ ด้วยมือถือ ใน 5 นาที

วิธีปักหมุดใน google map ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Local SEO ที่ช่วยเปลี่ยนผู้ค้นหาออนไลน์ให้กลายเป็นลูกค้าหน้าร้านได้จริง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักขั้นตอนการสร้างและปรับแต่งหมุดธุรกิจแบบอัปเดตล่าสุด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ร้านของคุณติดหน้าแรก และถูกค้นเจอได้ทันทีจากคำว่า “…ใกล้ฉัน”
ทำไมธุรกิจยุคนี้ต้อง ปักหมุด google map
การปักหมุดร้านค้าหรือธุรกิจบน Google Map ไม่ใช่แค่การบอกพิกัดร้านเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ Local SEO ที่ช่วยให้ลูกค้าในพื้นที่หาคุณเจอได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าค้นหาคำว่า “ร้าน…ใกล้ฉัน” ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน
นอกจากนี้การปักหมุดร้านใน Google Map นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าหาร้านของคุณเจอแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการ Click-through Rate (CTR) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสถิติหรือ Insight ที่น่าสนใจ ดังนี้
- Local Pack หรือ 3-Pack คือส่วนที่ Google Maps แสดงรายชื่อธุรกิจใกล้ตัวคุณ 3 อันดับแรกบนหน้าแรก ซึ่งอยู่ตำแหน่งบนสุดและเป็นจุดที่คนมักคลิกมากที่สุด โดยกินสัดส่วนคลิกสูงถึงประมาณ 44% – 50% ของทั้งหมด
- Mobile-First Intent คือพฤติกรรมที่คนใช้มือถือค้นหาคำว่า “ใกล้ฉัน” มากขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 200% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และจากผลการศึกษา How Mobile Search Connects Consumers to Stores ของ Google พบว่า 76% ของคนที่ค้นหาร้านค้าบนมือถือ จะเดินทางไปที่ร้านจริงภายใน 1 วัน
- Social Proof ช่วยเพิ่ม CTR ได้ เพราะร้านที่มีรีวิว 4-5 ดาว พร้อมรูปภาพอัปเดต จะน่าเชื่อถือมากกว่า และมีโอกาสถูกคลิกสูงกว่าร้านที่ไม่มีรีวิวถึง 35% เนื่องจากความน่าเชื่อถือคือปัจจัยแรกที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจคลิก
วิธีปักหมุดใน google map แบบละเอียด
สิ่งที่ต้องมีก่อนปักหมุดร้านใน Google Map
วิธีปักหมุดใน google map ไม่ใช่อยู่ ๆ อยากทำก็ทำได้ การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนตั้งแต่วันแรก ไม่เพียงแต่ช่วยให้ยืนยันตัวตนผ่านง่ายขึ้น แต่ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ในสายตาของทั้ง Google และลูกค้าอีกด้วย โดยสิ่งที่ต้องมีก่อนปักหมุด google map มีดังนี้
- บัญชี Google (Gmail) ใช้ชื่อธุรกิจหรืออีเมลหลักที่ใช้ดูแลร้าน ไม่แนะนำให้ใช้อีเมลส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการส่งต่อสิทธิ์การดูแล
- ชื่อธุรกิจที่ถูกต้อง (Business Name) ใช้ชื่อร้านที่ตรงกับป้ายหน้าร้านจริง
- ข้อมูลที่ตั้งและหมวดหมู่ธุรกิจ (NAP & Category) ที่อยู่สำหรับระบุตำแหน่งอย่างแม่นยำ และเลือกหมวดหมู่หลักที่ตรงกับธุรกิจที่สุด ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับ Local SEO
- ข้อมูลการติดต่อ (Contact Info) ควรเป็นเบอร์ที่ติดต่อได้จริงและตรงกับที่ระบุไว้ในหน้าเว็บไซต์หรือ Facebook Page
- รูปภาพชุดแรกที่ “ต้องมี” ได้แก่ รูปหน้าร้าน, รูปบรรยากาศภายใน, รูปสินค้าหรือบริการ
- เวลาทำการ (Business Hours) ระบุวันและเวลาเปิด-ปิดที่แน่นอน รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์
วิธีปักหมุดใน google map ผ่านมือถือ
1.เข้าสู่ระบบและสร้างธุรกิจใหม่

- ไปยังเว็บไซต์ business.google.com แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วย Gmail ของธุรกิจ
- คลิกปุ่ม “เริ่มเลย” เพื่อเริ่มต้นจัดการกับ Google Business Profile
2.ใส่ชื่อธุรกิจ และเลือกหมวดหมู่ของธุรกิจ

- ใส่ชื่อธุรกิจของคุณลงในช่องว่าง เช่น SGE Advertising
- เลือกหมวดหมู่ธุรกิจของคุณ เช่น Cafe, Delivery service, ร้านขายของชำ, คาเฟ่แมว, Health resort, Self service restaurant เป็นต้น
3.ดำเนินการสร้างโปรไฟล์

- หากคุณต้องการปักหมุดร้านบน Google map เลือก “ใช่” แล้วกด ถัดไป
4.กรอกที่ตั้งของธุรกิจ

- ใส่ข้อมูลที่อยู่ สถานที่ตั้งของร้านค้าให้ถูกต้อง เพื่อกำหนดจุดปักหมุดบน google map
5.ปักหมุดธุรกิจ

- เลือกจุดปักหมุดร้านค้าหรือธุรกิจของคุณบนแผนที่ให้ถูกต้อง
6.เลือกว่าธุรกิจของคุณมีบริการจัดส่งหรือไม่

- หากธุรกิจของคุณมีบริการจัดส่งสินค้า หรือ Delivery ให้คลิก “ใช่” แต่หากไม่มีให้คลิก “ไม่” แล้วจึงกด ถัดไป เพื่อดำเนินการต่อ
7.ใส่ข้อมูลการติดต่อ

- ใส่ข้อมูลการติดต่อของบริษัท ได้แก่ เบอร์โทรศัพท์ และ เว็บไซต์ธุรกิจ(ไม่บังคับ) เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อคุณได้ด้วยข้อมูลนี้ หลังจากเห็นร้านของคุณบน Google
8.เลือกวิธีการยืนยัน
- สำหรับขั้นตอนนี้ SGE Advertising แนะนำให้เลือก “รหัสทางโทรศัพท์” เพราะช่องทางนี้ Google จะทำการส่ง รหัสยืนยันมาให้ในรูปแบบของ SMS หรือ โทร ตามที่สะดวก โดยไม่ต้องถ่ายวิดีโอเพื่ออัปโหลดเหมือนกับอีกวิธี
9.ป้อนรหัสยืนยัน

- หากคุณเลือกรับรหัสยืนยันผ่านโทรศัพท์ ป้อนรหัสยืนยัน 6 หลัก ที่ได้รับ
- จากนั้นกด “ยืนยัน” แล้วรอให้ Google ดำเนินการตรวจสอบธุรกิจ
10.เลือกเวลาเปิดทำการ

- หากมีวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันหยุดพิเศษ ควรระบุล่วงหน้าในระบบ Google จะช่วยแจ้งเตือนลูกค้าว่า “เวลาทำการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากวันหยุด” ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
- หากร้านมีช่วงเวลาพักเบรก (เช่น ร้านอาหารปิดพักบ่าย) ควรตั้งค่าแยกช่วงเวลาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ลูกค้ามาเก้อในช่วงที่ร้านไม่พร้อมให้บริการ
11.เพิ่มคำอธิบายธุรกิจ

- อธิบายธุรกิจของเราเพื่อให้ลูกค้าและ Google เข้าใจมากขึ้นว่า ธุรกิจของเราคืออะไร หรือทำอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการแทรก Keyword เพื่อให้ดีต่อ SEO
12.เพิ่มรูปภาพ

- ถ้าไม่เพิ่มรูปภาพเลย หมุดร้านบน Google Maps จะดูไม่น่าสนใจ และขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้าลังเลหรือเลื่อนผ่านไปหาร้านที่มีข้อมูลครบมากกว่า
- รูปภาพที่ควรใช้ในการสร้างตัวตนบน Google Maps ได้แก่ หน้าร้านชัดเจน, สินค้า/บริการจริง, บรรยากาศในร้าน เพื่อสร้างความประทับใจและดึงดูดลูกค้าตั้งแต่แรกเห็น
13.กำหนดค่าโปรไฟล์เสร็จสิ้น

- หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จสิ้นตามที่กำหนด ขั้นตอนนี้คือช่วงสุดท้ายก่อนที่การตั้งค่า Business Profile สำหรับ ปักหมุด google map จะเสร็จสิ้น
14.หน้าร้านแสดงบน Google Map

- หลังดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จสิ้น รอ Google ตรวจสอบและประมวลผล
- จากนั้นร้านค้าที่ปักหมุดจะแสดงบน Google และแสดงตามข้อมูลที่กรอกไว้
เพียงเท่านี้ก็ปักหมุดเสร็จแล้ว แค่ทำตามวิธีที่ SGE Advertising นำมาแชร์ในบทความนี้ ก็สามารถปักหมุดร้านค้าของคุณบน Google Map ได้ง่าย ๆ พร้อมต้อนรับลูกค้าผ่านออนไลน์แล้ว

เคล็ดลับการปรับแต่ง (Optimize) ให้หมุดติดอันดับบนๆ
หากอยากให้ร้านค้าของคุณเข้าถึงลูกค้าบนออนไลน์ได้ แค่การปักหมุดอาจยังไม่พอ เพราะในขณะที่คุณปักหมุดร้านค้าของคุณลงบน Google ร้านอื่นก็ทำเช่นเดียวกัน แล้วต้องทำยังไงเพื่อให้หมุดร้านของคุณได้เปรียบคู่แข่ง ทีม SGE Advertising มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากครับ
ใส่ Keyword ในรายละเอียดร้าน
การใส่ Keyword ในรายละเอียดร้าน ไม่ใช่แค่การบอกว่าธุรกิจของคุณคืออะไร หรือเกี่ยวกับอะไร แต่คือการทำให้ Google Algorithm เข้าใจว่าธุรกิจนั้น “ตรงกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา” มากที่สุด โดยมีเทคนิคการเขียนดังนี้
- เน้นกลุ่มคำที่ลูกค้าใช้ค้นหาจริง นอกจากชื่อแบรนด์ ควรแทรก Keyword หลักของธุรกิจ เช่น “รับทำเว็บไซต์“, “บริการ SEO“, “ร้านเบเกอรี่ญี่ปุ่น” หรือ “คาเฟ่บรรยากาศดี” เข้าไปในเนื้อหาอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป
- ความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ แม้ Google จะรู้พิกัดเราอยู่แล้ว แต่การระบุชื่อย่านหรือเขตที่ตั้งในคำบรรยาย เช่น “ย่านอารีย์”, “ใกล้สถานี BTS” หรือ “ใจกลางสุขุมวิท” จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Local SEO และทำให้ลูกค้าตัดสินใจคลิกได้ง่ายขึ้น
- ความยาวและลำดับความสำคัญ 250 ตัวอักษรแรกของรายละเอียดร้านค้า คือจุดที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ลูกค้าจะเห็นก่อนถูกตัดทอน (Read More) จึงควรใส่ Keyword สำคัญและจุดเด่นของร้านไว้ในช่วงต้นประโยค
การตอบรีวิวลูกค้า และการอัปเดตรูปภาพสินค้าสม่ำเสมอ
การปักหมุดทิ้งไว้เฉยๆ ไม่เพียงพอต่อการทำ Local SEO แต่การมี Activity หรือความเคลื่อนไหวบนหมุด คือสัญญาณสำคัญที่บอก Google ว่าธุรกิจของคุณยังคงเปิดให้บริการและใส่ใจลูกค้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออันดับการค้นหา
- ตอบกลับทุกรีวิวเพื่อสร้าง Engagement การตอบกลับรีวิว (โดยเฉพาะรีวิวที่มีข้อความ) ช่วยเพิ่มความไว้วางใจ และหากแทรก Keyword ที่เกี่ยวข้องในคำตอบอย่างแนบเนียน จะช่วยให้ Google เข้าใจธุรกิจคุณมากขึ้น
- รูปภาพคือจุดตัดสินใจ ธุรกิจที่มีรูปภาพอัปเดตสม่ำเสมอมีโอกาสได้รับ “การคลิกขอเส้นทาง” (Request Directions) สูงกว่าร้านที่ไม่มีรูปภาพอย่างเห็นได้ชัด โดยควรเน้นรูปสินค้าที่ดูดีและบรรยากาศร้านที่เป็นปัจจุบัน
[Expertise Tip] เพิ่มความเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ Update
เป็นเทคนิคที่หลายธุรกิจมองข้าม แต่ช่วยเพิ่มความสดใหม่ให้กับข้อมูลได้ดีที่สุด
- โพสต์กิจกรรมหรือโปรโมชัน ใช้ฟีเจอร์ “Add Update” ใน Google Business Profile เพื่อลงข้อมูลสินค้าใหม่, โปรโมชันประจำเดือน หรือเกร็ดความรู้สั้นๆ เกี่ยวกับบริการของคุณให้ข้อมูลมีการอัปเดตตลอดเวลา
- ใส่ Call-to-Action (CTA) ในแต่ละโพสต์อย่าลืมใส่ปุ่ม “Learn More” หรือ “Order Online” เพื่อเปลี่ยนจากคนดูให้กลายเป็นลูกค้าทันที
- ความถี่ที่แนะนำ พยายามลงโพสต์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อส่งสัญญาณบอก Google ว่าร้านของคุณมีตัวตนและพร้อมให้บริการอยู่เสมอ
ปัญหาที่พบบ่อยตอนปักหมุด google map และวิธีแก้
หลังจาก ปักหมุด google map แล้ว อย่าลืมที่จะเช็กหรือตรวจสอบว่าการปักหมุด google map ของคุณ ผิดพลาดหรือเกิดปัญหาหรือไม่ เพื่อหาทางแก้ไขได้ทันก่อนจะส่งผลต่อธุรกิจ โดยปัญหาที่พบบ่อยตอนปักหมุด Google Map และวิธีแก้ มีดังนี้ครับ
ปักหมุดแล้วไม่ขึ้น / หาร้านไม่เจอ
สาเหตุ: การปักหมุดยังใหม่เกินไป ทำให้ต้องรอระบบตรวจสอบข้อมูล หรือข้อมูลธุรกิจยังไม่ครบถ้วนพอที่ Google จะนำมาจัดอันดับ
วิธีแก้: ตรวจสอบในหน้า Google Business Profile ว่าสถานะเป็น “Verified” หรือยัง และควรกรอกข้อมูลให้ครบ 100% ทั้งเวลาทำการ, เบอร์โทร และหมวดหมู่ธุรกิจที่แม่นยำ
ข้อมูลร้านผิดพลาด แต่คนอื่นเป็นคนแก้
สาเหตุ: Google เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถกด “Suggest an edit” เพื่อแก้ไขข้อมูลได้ หากเราไม่อัปเดตข้อมูลเอง ระบบอาจเชื่อข้อมูลจาก User มากกว่า ทำให้ข้อมูลอาจไม่เป็นตามจริง
วิธีแก้: ต้องหมั่นเข้ามาเช็กการแจ้งเตือนในระบบบ่อยๆ และหมั่นโพสต์ Update หรืออัปโหลดรูปภาพใหม่ๆ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่เราถือครองอยู่นั้นเป็นข้อมูลที่ “สดใหม่” และถูกต้องที่สุด
หมุดถูกระงับ
สาเหตุ: มักเกิดจากการทำผิดกฎ Google เช่น การตั้งชื่อร้านยาวเกินไปโดยการยัด Keyword, การใช้ที่อยู่ซ้ำกับธุรกิจอื่น หรือมีการเปลี่ยนข้อมูลสำคัญบ่อยเกินไปในเวลาสั้น ๆ
วิธีแก้: ตรวจสอบข้อกำหนดของ Google และแก้ไขชื่อร้านให้ตรงกับป้ายหน้าร้านจริง จากนั้นส่งคำร้อง “Reinstatement Request” พร้อมแนบหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายหน้าร้านที่มีป้ายชื่อชัดเจน หรือเอกสารจดทะเบียนพาณิชย์
การรักษาความปลอดภัยของบัญชีที่ถือหมุดเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้ Gmail หลักของธุรกิจในการดูแลเพื่อป้องกันปัญหาการถูกยึดหมุด (Hijacking) จากบุคคลภายนอก
ปักหมุดแล้วแต่ยอดไม่ปัง? ขยายธุรกิจด้วย Google Ads
การปักหมุดบน Google Maps เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก็จริง แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่การแข่งขันสูง การรอให้ลูกค้าเจอร้านเองอาจใช้เวลานานพอสมควร
หากอยากเห็นผลเร็วและตรงกลุ่มมากขึ้น การใช้ Google Ads ควบคู่กัน จะช่วยดึงลูกค้าที่ “พร้อมซื้อ” ให้เจอร้านคุณได้ทันที โดยมีเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้
- ลัดคิวขึ้นอันดับหนึ่งได้ทันที ช่วยให้ร้านของคุณขึ้นไปแสดงเป็นอันดับแรกได้ทันที โดยไม่ต้องรอทำอันดับแบบธรรมชาติ ทำให้ลูกค้าเห็นร้านคุณก่อนตั้งแต่วินาทีที่ค้นหา
- เจาะจงกลุ่มเป้าหมายในรัศมีรอบร้าน สามารถเลือกให้โฆษณาแสดงเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ร้านได้ ทำให้งบโฆษณาถูกใช้กับลูกค้าที่มีโอกาสเข้ามาใช้บริการจริงมากขึ้น
- เพิ่มอัตราการตัดสินใจ ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยปุ่มนำทางและโทรออกที่เห็นชัด กดใช้งานได้ทันที ทำให้จากเดิมแค่สนใจ กลายเป็นลูกค้าได้เร็วขึ้น
หากคุณต้องการเพิ่มลูกค้าแบบเห็นผลเร็ว SGE Advertising มีบริการ รับทำ Google Ads ที่เน้นการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย “พร้อมซื้อจริง” ในรัศมีรอบร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คลินิก หรือธุรกิจบริการ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลและปรับแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยอดขายเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ยอดคลิกที่เพิ่มขึ้น
สรุปแล้ว วิธีปักหมุดใน google map และการทำ Local SEO เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Digital Marketing ที่จะช่วยให้คนที่ค้นหา กลายมาเป็นลูกค้าหน้าร้านได้จริง เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เพื่อให้ร้านของคุณถูกค้นหาเจอง่ายขึ้น และถ้าอยากเพิ่มยอดขายให้เร็วขึ้น การใช้ Google Ads ควบคู่กันก็เป็นอีกตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ หากคุณไม่อยากพลาดอัปเดตเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปข้างหน้า อย่าลืมกดติดตามเพื่อรับความรู้ดีๆ แบบนี้ก่อนใคร แล้วเจอกันในบทความหน้า
SGE ADVERTISING เอเจนซีการตลาดออนไลน์ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลแบบครบวงจร สำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ เติบโตในระยะยาว และเพิ่มโอกาสทางการขายอย่างมีประสิทธิภาพ
ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมและเริ่มต้นการตลาดดิจิทัลที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า
Tel: 065-419-9555
E-mail: [email protected]
LINE: @sgeads
ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมและเริ่มต้นการตลาดดิจิทัลที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า
- Tel : 065-419-9555
- E-mail : [email protected]
- LINE : @sgeads


















