>
Google Shopping Ads คืออะไร? โฆษณาที่เปลี่ยนจากคนค้นหา ให้เป็นลูกค้าจริง

Google Shopping Ads คืออะไร? โฆษณาที่เปลี่ยนจากคนค้นหา ให้เป็นลูกค้าจริง

แชร์บทความ
บันทึกเข้าอีเมล
Google Shopping Ads คืออะไร? โฆษณาที่เปลี่ยนจากคนค้นหา ให้เป็นลูกค้าจริง

การแข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้าบนโลกออนไลน์สูงขึ้น เจ้าของธุรกิจจึงต้องมองหาวิธีเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังสนใจสินค้าได้อย่างตรงจุด Google Shopping Ads จึงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบโฆษณาที่ช่วยเพิ่มโอกาสเปลี่ยนผู้ค้นหาให้กลายเป็นลูกค้าได้มากขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Google Shopping Ads คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร พร้อมแนะนำขั้นตอนการเริ่มต้นทำโฆษณา รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดที่ธุรกิจควรรู้ก่อนนำไปใช้งานจริง

Google Shopping Ads คืออะไร?

Google Shopping Ads คือ การโฆษณารูปแบบหนึ่งบนหน้าการค้นหาของ Google ซึ่งจะแสดงภาพสินค้า ราคา ชื่อร้าน และโปรโมชั่น ในรูปแบบการ์ดสินค้า (Shopping Card) บริเวณด้านบนสุดหรือด้านข้างของหน้าการค้นหา เพื่อให้ลูกค้าและผู้เข้าชมสามารถมองเห็นรายละเอียดเบื้องต้นและลักษณะของสินค้าได้ทันที แล้วสามารถคลิกเพื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ได้เลย

การทำโฆษณารูปแบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของการตลาดออนไลน์ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามองเห็นและเข้าถึงสินค้าของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น สะดวกและรวดเร็วขึ้น ในยุคที่ใคร ๆ ต่างก็ค้นหาข้อมูลและสินค้าบริการผ่าน Search Engine และ AI Search

Google Shopping Ads แสดงผลที่ไหนบ้าง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า “แล้วโฆษณาของเราจะไปโผล่ตรงไหน?” ซึ่ง Google Shopping Ads จะกระจายไปแสดงผลใน 3 พื้นที่หลักบนระบบเครือข่ายของ Google ได้แก่ 1. หน้าผลการค้นหาของ Google 2. แท็บช้อปปิ้งของ Google 3. พื้นที่อื่นในเครือข่าย Google เพื่อให้เข้าถึงผู้ซื้อในทุกช่วงเวลาที่พวกเขากำลังค้นหาหรือตัดสินใจซื้อสินค้า โดยมีรายละเอียดตำแหน่งที่ชัดเจนดังนี้ครับ

1. หน้าผลการค้นหาของ Google

เป็นตำแหน่งที่สร้างยอดขายได้ดีที่สุดและคนเห็นบ่อยที่สุด โดยโฆษณาจะแสดงผลทันทีเมื่อมีคนพิมพ์ค้นหาชื่อสินค้าหรือคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น “เครื่องซีลสูญญากาศ”

Google Shopping Ads แสดงผลที่ไหนบ้าง?

จากภาพจะเห็นว่าส่วนนี้คือ การแสดงผลของ Google Shopping Ads ในแท็บผลการค้นหาปกติ (ทั้งหมด) ซึ่งจะโชว์รูปภาพสินค้า ชื่อสินค้า ราคา และชื่อร้านค้าอย่างชัดเจนในรูปแบบการ์ดสินค้าใต้หัวข้อ “สินค้าที่ได้รับการสนับสนุน” ช่วยดึงดูดสายตาและเพิ่มโอกาสในการคลิกซื้อของลูกค้าในยุคดิจิทัล อาจอยู่ด้านบนสุดของผลการค้นหา หรือด้านขวาของผลการค้นหาก็ได้

2. แท็บช้อปปิ้งของ Google (Google Shopping Tab)

เมื่อผู้ใช้งานกดเปลี่ยนฟิลเตอร์การค้นหาจาก “ทั้งหมด” มาที่แท็บ “Shopping” (ช้อปปิ้ง) หน้าจอนี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่

โดยผลิตภัณฑ์จาก Shopping Ads จะถูกจัดวางในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของหน้าร้าน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถคลิกดูรายละเอียด เปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ร้าน และกดลิงก์เข้าไปสั่งซื้อบนเว็บไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว

3. พื้นที่อื่นในเครือข่าย Google

หากเลือกใช้แคมเปญประเภท Performance Max (PMax) ระบบของ Google สามารถนำข้อมูลสินค้าใน Google Merchant Center รวมถึงชิ้นงานโฆษณาที่ตั้งค่าไว้ มาใช้สร้างและปรับรูปแบบโฆษณาให้เหมาะกับช่องทางต่าง ๆ โดยโฆษณาอาจแสดงผลในพื้นที่ดังต่อไปนี้

  • Youtube โฆษณาสามารถแสดงได้ในหลายรูปแบบบน YouTube เช่น วิดีโอ รูปภาพ หรือโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ทั้งในหน้าค้นหา หน้าฟีด และพื้นที่อื่นที่ระบบเห็นว่าเหมาะสม
  • Gmail โฆษณาอาจแสดงภายในบัญชี Gmail ของผู้ใช้ โดยรูปแบบและตำแหน่งการแสดงผลขึ้นอยู่กับการจัดสรรของระบบ
  • Google Discover โฆษณาอาจปรากฏในฟีด Discover ของผู้ใช้บน Google Search หรือแอป Google โดยระบบจะปรับการแสดงผลให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและบริบท
  • เครือข่าย Display ของ Google (Google Display Network) โฆษณาสามารถแสดงบนเว็บไซต์และแอปที่อยู่ในเครือข่าย Display ของ Google ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น โฆษณาแบบรูปภาพหรือโฆษณาที่ใช้ข้อมูลสินค้า

จุดเด่นของ Google Shopping Ads

Google Shopping Ads ช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่นบนหน้าผลการค้นหามากขึ้น ด้วยการแสดงข้อมูลสำคัญให้ลูกค้าเห็นได้ตั้งแต่ก่อนคลิก เช่น รูปภาพ ชื่อสินค้า และราคา จึงช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าได้อย่างตรงจุด โดยมีจุดเด่น ดังนี้

  • แสดงรูปภาพสินค้าได้อย่างโดดเด่น ช่วยดึงดูดความสนใจและทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าจริงได้ทันทีที่เข้าสู่หน้าการค้นหา
  • แสดงราคาและข้อมูลสินค้าเบื้องต้น ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจคลิกเข้าชมเว็บไซต์
  • เข้าถึงลูกค้าที่มีความสนใจในสินค้า โฆษณาจะแสดงตามข้อมูลสินค้าและความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้งานค้นหา ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม
  • เพิ่มโอกาสในการเข้าชมและตัดสินใจซื้อ การแสดงข้อมูลสำคัญตั้งแต่หน้าผลการค้นหาช่วยให้ผู้ที่คลิกเข้ามามีความสนใจในสินค้ามากขึ้น
  • โปรโมตสินค้าหลายรายการได้พร้อมกัน เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าหลากหลายประเภทและต้องการเพิ่มโอกาสให้สินค้าถูกค้นพบ

จากประสบการณ์ในการทำ Google Shopping Ads เราพบว่า โฆษณารูปแบบนี้ช่วยลดต้นทุนค่าคลิกที่สูญเปล่าได้ดีที่สุด เพราะลูกค้าเห็นหน้าตาและราคาสินค้าตั้งแต่ยังไม่กดคลิก คนที่คลิกเข้ามาจึงเป็นกลุ่ม High Intent ที่มีความต้องการซื้อจริง สิ่งสำคัญคือภาพสินค้าต้องสะดุดตาและราคาต้องแข่งขันในตลาดได้ – Howard Wang

4 ขั้นตอนการทำ Google Shopping Ads

ขั้นตอนการใช้งาน Google Shopping Ads สามารถดำเนินการได้ง่าย ๆ ผ่าน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1. สร้างบัญชี 2. เพิ่มข้อมูลสินค้า 3. เชื่อมต่อ Google Merchant Center กับ Google Ads 4. สร้างแคมเปญและกำหนดงบประมาณ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สร้างบัญชีและตั้งค่า Google Merchant Center

Google Shopping Ads คืออะไร?
  • สมัคร Merchant Center ลงทะเบียนใช้งานระบบหลังบ้านเพื่อเริ่มจัดการข้อมูลธุรกิจและสินค้าทั้งหมด
  • กรอกข้อมูลธุรกิจ ระบุข้อมูลพื้นฐานของร้านค้าตามที่ระบบกำหนดให้ครบถ้วนและถูกต้อง
  • เชื่อมโยงเว็บไซต์ ยืนยันสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและเชื่อมต่อเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของคุณเข้ากับระบบ
  • ตั้งค่าข้อมูลที่จำเป็น ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น นโยบายการจัดส่งสินค้าและภาษี ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มโฆษณา

ข้อควรระวัง: Google กำหนดให้คุณต้องกรอกข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลสินค้า และยืนยันเว็บไซต์ให้ผ่านเกณฑ์ก่อน จึงจะสามารถสร้างแคมเปญโฆษณาได้

2. เพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าสู่ Google Merchant Center

Google Shopping Ads คืออะไร?
  • เลือกช่องทางการเพิ่มสินค้า สามารถเลือกวิธีนำเข้าข้อมูลสินค้าได้ตามความสะดวก เช่น
    • เชื่อมต่อระบบ E-commerce ซิงก์ข้อมูลสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่รองรับ เช่น Shopify หรือ WooCommerce
    • อัปโหลด Product Feed สร้างไฟล์สเปรดชีต (เช่น Google Sheets หรือไฟล์ XML/CSV) รวบรวมรายละเอียดสินค้าทั้งหมดแล้วอัปโหลดเข้าระบบ
    • ดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ ตั้งค่าให้ระบบดึงและอัปเดตข้อมูลสินค้าจากหน้าเว็บโดยอัตโนมัติ
  • ป้อนข้อมูลสินค้า ระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อสินค้า ราคา รูปภาพ ลิงก์สินค้า รายละเอียด และสถานะสต็อกตามมาตรฐานของ Google ให้ครบถ้วน

3. เชื่อมต่อ Google Merchant Center กับ Google Ads

3. เชื่อมต่อ Google Merchant Center กับ Google Ads
  • เข้าสู่ระบบ Google Ads ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads ที่ต้องการใช้สร้างแคมเปญโฆษณา
  • เชื่อมโยงบัญชี เชื่อมต่อบัญชี Google Ads กับ Google Merchant Center เพื่อให้สามารถนำข้อมูลสินค้าไปใช้ในการสร้างโฆษณาได้
  • อนุมัติการเชื่อมต่อ ตรวจสอบและยืนยันการเชื่อมโยงบัญชี เพื่ออนุญาตให้ Google Ads ใช้ข้อมูลสินค้าจาก Merchant Center สำหรับสร้างและจัดการแคมเปญ

4. สร้างแคมเปญและกำหนดงบประมาณ

4. สร้างแคมเปญและกำหนดงบประมาณ
  • สร้างแคมเปญโฆษณา ไปที่หน้า Campaigns ใน Google Ads แล้วสร้างแคมเปญใหม่ โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบ Standard Shopping (เน้นควบคุมและจัดการสินค้าเอง) หรือแบบ Performance Max (PMax) ที่ใช้ระบบ AI กระจายการแสดงผลสินค้าไปยังทุกช่องทางของ Google อัตโนมัติ
  • ตั้งค่ารายละเอียดแคมเปญ กำหนดชื่อแคมเปญ เป้าหมายการโฆษณา งบประมาณ และช่วงเวลาที่ต้องการให้โฆษณาแสดงผล
  • เลือกสินค้าที่ต้องการโปรโมต กำหนดกลุ่มสินค้าสำหรับแต่ละแคมเปญ โดยอาจแบ่งตามหมวดหมู่ ราคา หรือคุณสมบัติอื่น ๆ
  • ปรับแต่งข้อมูลเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ใช้ข้อมูลสินค้า โปรโมชัน หรือรีวิวที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้โฆษณาน่าสนใจและให้ข้อมูลแก่ผู้ค้นหาได้มากขึ้น
  • ตรวจสอบและเริ่มเผยแพร่ ตรวจสอบการตั้งค่าแคมเปญให้เรียบร้อยก่อนเริ่มแสดงโฆษณา

สำหรับธุรกิจที่ต้องการลงโฆษณาแต่ยังไม่มั่นใจเรื่องการตั้งค่าบัญชีและสร้างแคมเปญ สามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน รับทำ Google Ads ของ SGE Advertising เพื่อช่วยวางแผนและดูแลการทำโฆษณาให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจได้เลยครับ

ข้อดีและข้อจำกัดของ Google Shopping Ads

Google Shopping Ads คือโฆษณาสินค้าที่แสดงภาพ ราคา และชื่อร้านค้าบนหน้าผลการค้นหาของ Google ช่วยให้ผู้ซื้อเห็นสินค้าได้ทันที แต่ขณะเดียวกันก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนทำ ดังนี้ครับ

ข้อดีของ Google Shopping Adsข้อจำกัดของ Google Shopping Ads
แสดงผลสะดุดตา: โชว์รูปภาพ ราคา และร้านค้าบนสุดของหน้าค้นหาการแข่งขันสูง: สินค้าที่ราคาถูกกว่าอาจดึงดูดสายตาได้มากกว่าเมื่อเทียบกันชัดเจน
ดึงดูดลูกค้าพร้อมซื้อ (High Intent): เห็นราคาก่อนคลิก กรองคนคลิกเล่นได้ดีไม่เหมาะกับสินค้าเดี่ยว: ถ้าร้านมีสินค้าชิ้นเดียว การแสดงผลจะไม่ค่อยคุ้มค่าหรือมีประสิทธิภาพ
ไม่ต้องใส่ Keyword เอง: ระบบดึงข้อมูลจาก Product Feed ไปจับคู่คำค้นหาอัตโนมัติควบคุมคำค้นหาได้จำกัด: ต้องคอยใส่ Negative Keyword สม่ำเสมอเพื่อกันคำที่ไม่เกี่ยวข้อง
อัปเดตง่าย: ข้อมูลราคาและสต็อกซิงค์ตรงกับหน้าเว็บได้อัตโนมัติตั้งค่าหลังบ้านละเอียด: ต้องยืนยันตัวตนใน Merchant Center และคุมนโยบายสินค้าให้ผ่านเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม แม้ Google Shopping Ads จะมีขั้นตอนการตั้งค่าหลังบ้านที่ละเอียดและการแข่งขันด้านราคาที่สูง แต่หากเราสามารถจัดการข้อมูลสินค้าและเว็บไซต์ให้ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ ก็ถือเป็นเครื่องมือสร้างยอดขายที่ทรงพลังและคุ้มค่าที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันครับ

Google Shopping Ads ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทำ Digital Marketing อันทรงพลังที่ช่วยเปลี่ยนผู้ค้นหาให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริงได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ใส่ใจเรื่องข้อมูลสินค้าและความน่าเชื่อถือของร้านค้าให้ผ่านเกณฑ์ของ Google รวมถึงการมีเว็บไซต์ที่ได้มาตรฐาน เท่านี้สินค้าของคุณก็พร้อมแสดงผลสู่สายตาลูกค้าที่พร้อมซื้อแล้วครับ

หากคุณต้องการเริ่มต้นทำโฆษณาบน Google อย่างมั่นใจและประหยัดเวลา SGE Advertising พร้อมดูแลคุณด้วยบริการ รับทำเว็บไซต์ ที่ได้มาตรฐาน และบริการ รับปักหมุด Google Maps เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจของคุณได้จากทุกช่องทางครับ

ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมและเริ่มต้นการตลาดดิจิทัลที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า

Published On: สิงหาคม 26th, 2026|Categories: Google Ads|Views: 49|
เขียนโดย Thiraporn
Howard Wang
เรียบเรียงโดย

Howard Wang

Digital Marketing Consultant

Co-founder ของ SGE Group และ SGE Advertising ที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัลผู้เปลี่ยนกลยุทธ์ออนไลน์สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

Co-founder ของ SGE Group และ SGE Advertising ที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัลผู้เปลี่ยนกลยุทธ์ออนไลน์สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

แสดงความคิดเห็นของคุณ


แบ่งปันความรู้

หมวดหมู่เนื้อหา