>
แชร์เทคนิคหาสินค้าสร้างเงินล้าน ด้วย Tools ฟรี!

แชร์เทคนิคหาสินค้าสร้างเงินล้าน ด้วย Tools ฟรี!

แชร์บทความ
บันทึกเข้าอีเมล
แชร์เทคนิคหาสินค้าสร้างเงินล้าน ด้วย Tools ฟรี!

ในโลก การตลาดออนไลน์ ยุคปัจจุบัน หลายคนใช้เครื่องมือส่องโฆษณา เพื่อหาไอเดีย “สินค้าขายดี” จากต่างประเทศ ก่อนนำมาต่อยอดหาซัพพลายเออร์หรือโรงงานราคาถูก แล้วทำการตลาดจนสร้างยอดขายได้มหาศาล ในฐานะผู้บริหารเอเจนซี่ รับทำ Google Ads ผมจะมาแชร์เทคนิคการส่องโฆษณาคู่แข่งด้วย Tools ฟรี อย่าง Facebook Ads Library ตั้งแต่การหาไอเดียสินค้า ดูมุมขาย ไปจนถึงวิธีนำข้อมูลมาต่อยอดทำธุรกิจสำหรับมือใหม่ครับ

วิธีส่องโฆษณาคู่แข่ง หาไอเดียการทำธุรกิจ

ผมจะพาไปดูขั้นตอนการส่องโฆษณา Facebook ของคู่แข่งผ่าน Facebook Ads Library ตั้งแต่การเลือกประเทศ การค้นหาคีย์เวิร์ด ไปจนถึงการวิเคราะห์ Ads ทั้งหมด 7 ขั้นตอนง่าย ๆ ครับ ได้แก่ 1. เข้า Facebook Ads Library ผ่าน Google 2. กดเลือกประเทศที่ต้องการ 3. เลือกหมวดหมู่โฆษณา 4. ค้นหาจากคีย์เวิร์ดหรือผู้ลงโฆษณา 5. ค้นหาตัวอย่างโฆษณาที่ต้องการ 6. เลือกโฆษณาที่ต้องการ 7. ดูผลลัพธ์โฆษณา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เข้า Facebook Ads Library ผ่าน Google

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 1

เสิร์ชคำว่า “facebook ads library” บนแถบการค้นหาบน Google จากนั้นเลือกเว็บไซต์ที่อยู่ด้านบนสุดที่มีไอคอน Facebook เพื่อเข้าใช้งาน

2. กดเลือกประเทศที่ต้องการ

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 2

หลังจากนั้นให้เลื่อนหาส่วนที่บอกว่า “ค้นหาโฆษณา” แล้วเลือกประเทศที่ต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่มักนิยมดูจากประเทศที่เป็นผู้นำนวัตกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ หรือเกาหลีใต้ เพราะแบรนด์ในประเทศเหล่านี้มีการแข่งขันสูง งบโฆษณามาก และเข้าถึงเทคโนโลยี AI / MarTech ใหม่ได้เร็ว

ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการขาย “ผ้าห่ม” ผมจะขอเลือกดูโฆษณาจากสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง ทำให้เราเห็นทั้งแนวคิดการขาย วิธีทำคอนเทนต์ และเทรนด์สินค้าผ้าห่มใหม่ ๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อนำไปต่อยอดหาโรงงานหรือ Supplier มาขายต่อได้ง่ายขึ้นครับ

3. เลือกหมวดหมู่โฆษณา

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 3

หลังจากเลือกประเทศที่ต้องการแล้ว ให้ไปที่เมนู “หมวดหมู่โฆษณา” ที่อยู่ด้านข้างของเมนูเลือกประเทศ จากนั้นเลือก “โฆษณาทั้งหมด”

4. ค้นหาจากคีย์เวิร์ดหรือผู้ลงโฆษณา

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 4

คลิกที่ช่องการค้นที่มีคำว่า “ค้นหาตามคีย์เวิร์ดหรือผู้ลงโฆษณา” จากนั้นใส่คีย์เวิร์ดสินค้าที่เราต้องการหาโฆษณาลงไป ซึ่งในตัวอย่างนี้ผมจะใส่ตัวอย่างเป็นคำว่า “ผ้าห่ม” แล้วพิมพ์ตามนี้ครับ “order here | blanket” [order here | (ชื่อสินค้า)]

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ทีมเราใช้วิเคราะห์ Facebook Ads มาอย่างต่อเนื่อง วิธีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยวิเคราะห์โฆษณาและหาไอเดียโฆษณาใหม่ ๆ ได้ดีมากครับ 

Tips! การใส่ order here จะช่วย Filter เฉพาะคนที่กำลังหาสินค้าจริง ๆ เท่านั้น ช่วยให้เราเจอโฆษณาที่เน้นปิดการขายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไล่ดูคอนเทนต์ทั่วไปหรือโพสต์สร้างการรับรู้แบรนด์ ทำให้หา Winning Ads และสินค้าที่กำลังทำตลาดอยู่ได้ง่ายขึ้นครับ 

[Winning Ads คือ โฆษณาที่ทำผลงานได้ดี จนแบรนด์ยอมยิง Ads ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะสามารถสร้างยอดขายหรือดึงดูดลูกค้าได้จริง]

5. ค้นหาตัวอย่างโฆษณาที่ต้องการ

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 5

หลังจากค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดหรือผู้ลงโฆษณาแล้ว หน้าต่างต่อไปจะปรากฏโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการ ให้เลื่อนลงไปด้านล่างเพื่อหาโฆษณาที่เปิดมานาน เพราะโฆษณาที่ทำผลลัพธ์ได้ดี มักถูกปล่อยรันต่อเนื่องเป็นเวลานานครับ 

Tip! เนื่องจาก Ads ที่ดีจะต้องเปิดมายาวนานพอสมควร ทำให้การเลื่อนหาเรื่อย ๆ อาจเสียเวลาและใช้เวลานานเกินเหตุ ดังนั้นผมขอแนะนำให้เลือก “ตัวกรองข้อมูล” เพื่อ Filter หาช่วงเวลาของโฆษณาที่ต้องการครับ

6. เลือกโฆษณาที่ต้องการ

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 6

หลังจากทำการกรองข้อมูลหรือเลื่อนจนเจอโฆษณาที่ต้องการแล้ว ให้กดเข้าไปที่ “ดูรายละเอียดโฆษณา” เพื่อดูตัวอย่างโฆษณาของคู่แข่งหรือแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในตลาดนั้น ๆ

7. ดูผลลัพธ์โฆษณา

วิธีดูโฆษณา Facebook ของคู่แข่ง ผ่าน Facebook Ads Library ขั้นตอนที่ 7

เมื่อคลิก “ดูรายละเอียดโฆษณา” จะขึ้นหน้าต่างแบบนี้ขึ้นมา เราสามารถกดเพื่อดูวิดีโอโฆษณาของอีกฝ่ายได้ทันที และหากพบว่าโครงสร้างวิดีโอ วิธีเปิดคลิป หรือการเล่า Pain Point ของแบรนด์นั้นสามารถดึงดูดความสนใจได้ดี เราก็สามารถนำแนวคิดเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับแบรนด์ของเราได้ครับ 

หากใครต้องการทำคลิปโฆษณาสวย ๆ แต่ไม่มีทีมตัดต่อหรือทีมคอนเทนต์ สามารถใช้ AI เป็นตัวช่วยให้คลิปออกมาสวย ดึงดูดสายตาลูกค้าได้ โดยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีทําคลิป ai ครับ

จากประสบการณ์ที่ทีมเราใช้ Facebook Ads Library วิเคราะห์โฆษณามาอย่างต่อเนื่อง เราพบว่าการดู Winning Ads จากต่างประเทศ ช่วยให้เห็นทั้งเทรนด์คอนเทนต์ มุมการขาย และวิธีเล่าเรื่องใหม่ ๆ ได้เร็วกว่าการรอให้เทรนด์เข้ามาในไทย

แชร์เทคนิคหาสินค้าสร้างเงินล้าน

Facebook Ads Library ไม่ได้มีประโยชน์แค่สำหรับส่องโฆษณาคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วย “หาสินค้าทำธุรกิจ” ได้อีกด้วย เพียงทำตาม 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ได้แก่ 1. เข้าสู่เว็บไซต์สินค้า 2. ตรวจสอบราคาสินค้าในเว็บ 3. ค้นหาภาพสินค้าใน Alibaba 4. ตรวจสอบราคาและโรงงานผลิต

1. เข้าสู่เว็บไซต์สินค้า

เทคนิคหาสินค้าด้วย Facebook Ads Library 1. เข้าสู่เว็บไซต์สินค้า

ภายในหน้ารายละเอียดโฆษณาที่ถูกเปิดเพื่อดูวิดีโอตัวอย่าง เมื่อเลื่อนลงมาด้านล่างจะเจอปุ่ม “เลือกซื้อเลย” และลิงก์เว็บไซต์ของสินค้า จากนั้นให้คุณคลิกเพื่อไปยังเว็บไซต์ต้นทางของสินค้าได้เลยครับ

2. ตรวจสอบราคาสินค้าในเว็บ

เทคนิคหาสินค้าด้วย Facebook Ads Library 2. ตรวจสอบราคาสินค้าในเว็บ

จากการตรวจสอบสินค้าในเว็บไซต์จะพบว่าสินค้าบางชิ้นมีราคาสูง ยกตัวอย่างเช่น สินค้าในภาพมีราคาอยู่ที่ 107 USD หากคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาท

3. ค้นหาภาพสินค้าใน Alibaba

เทคนิคหาสินค้าด้วย Facebook Ads Library 3. ค้นหาภาพสินค้าใน Alibaba
  • บันทึกหรือ Capture ภาพสินค้า จากนั้นเข้าไปที่เว็บไซต์ alibaba.com 
  • คลิก “ค้นหาด้วยรูป”
  • จากนั้นคลิก “อัปโหลด” หากต้องการอัปโหลดภาพที่บันทึกไว้ในเครื่อง แต่หากเป็นการ Capture หน้าจอ ให้กด Ctrl+V เพื่อวางภาพสินค้าได้เลย 
  • รอให้ระบบประมวลผลก่อนไปสู่ขั้นตอนต่อไป 

4. ตรวจสอบราคาและโรงงานผลิต

เทคนิคหาสินค้าด้วย Facebook Ads Library 4. ตรวจสอบราคาและโรงงานผลิต

หลังจากประมวลผลเสร็จแล้ว จะเจอกับโรงงานผลิตสินค้า และราคาจริงที่เป็นต้นทุนการผลิตก่อนถูกนำไปขาย ซึ่งพบว่าสินค้าที่คล้ายกันจากบางโรงงานในประเทศจีนมีราคาขายอยู่ที่หลักร้อยเพียงเท่านั้น ทำให้เราสามารถหาโรงงานราคาถูกเพื่อนำสินค้ามาขายสร้างกำไรโดยไม่ต้องลงทุนสูงได้ครับ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Facebook Ads Library

หลังจากเรียนรู้วิธีการดูโฆษณา facebook ของคู่แข่งและวิธีการหาสินค้าสำหรับทำธุรกิจแล้ว มาดูกันดีกว่าครับว่ามีคำถามอะไรบ้างที่พบบ่อย

หลังจากเจอสินค้าที่น่าสนใจ ขั้นตอนต่อไปคือการวิเคราะห์ว่าแบรนด์นั้นขายด้วย “จุดขายอะไร” เช่น เน้นแก้ Pain Point แบบไหน ใช้คอนเทนต์แนวไหน หรือใช้ Hook เปิดคลิปแบบไหนบ้าง จากนั้นจึงนำแนวคิดเหล่านั้นมาปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้อง Copy โฆษณาตรง ๆ แต่ควรหยิบเฉพาะแนวทางการสื่อสารหรือมุมการขายมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าของเรา

ไม่จำเป็นครับ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ปัจจุบันมีหลายวิธีที่สามารถเริ่มขายสินค้าออนไลน์ได้โดยยังไม่ต้องลงทุนสต็อกสินค้าเองจำนวนมาก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเงินจมและสินค้าขายไม่ออก เหมาะกับคนที่อยากทดลองตลาดก่อน เช่น

  • Dropship เราทำหน้าที่หาลูกค้าและโปรโมทสินค้า เมื่อมีออเดอร์ เจ้าของสินค้าจะเป็นคนจัดส่งให้ลูกค้าแทน
  • Pre-order เปิดรับออเดอร์ก่อน แล้วค่อยสั่งสินค้าตามจำนวนที่ลูกค้าซื้อจริง ช่วยลดปัญหาสต็อกค้าง 
  • Affiliate / ปักตะกร้า สร้างคอนเทนต์รีวิวหรือแนะนำสินค้า แล้วรับค่าคอมมิชชันเมื่อมีคนสั่งซื้อผ่านลิงก์ของเรา 
  • ตัวแทนจำหน่าย รับสินค้าจากร้านหรือโรงงานมาช่วยขาย โดยบางแบรนด์อาจมีรูปภาพและคอนเทนต์ให้พร้อมใช้งาน

ทำได้ครับ ปัจจุบันหลายคนใช้ Facebook Ads Library เพื่อหา “สินค้าที่กำลังมาแรง” แล้วนำไปต่อยอดผ่านการทำคอนเทนต์ TikTok, Facebook Reels หรือ Affiliate Marketing โดยอาจใช้วิธีปักตะกร้า หรือเป็นนายหน้าช่วยขายสินค้าแทนแบรนด์ ซึ่งเป็นวิธีเริ่มต้นที่ใช้ต้นทุนน้อยและเหมาะกับมือใหม่

หนึ่งในวิธีสังเกตเบื้องต้น คือดูว่าโฆษณานั้นเปิดรันมานานแค่ไหน เพราะ Ads ที่ทำผลลัพธ์ได้ไม่ดี มักถูกปิดค่อนข้างเร็ว ในทางกลับกัน หากโฆษณาไหนเปิดใช้งานต่อเนื่องหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน มีโอกาสสูงว่าโฆษณานั้นกำลังทำยอดขายหรือสร้างผลลัพธ์ได้ดีในระดับหนึ่ง 

ได้แน่นอนครับ เพราะต่อให้ยังไม่ได้ยิงโฆษณาเอง การดู Ads ของแบรนด์ต่าง ๆ ก็ช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างคอนเทนต์ วิธีขายสินค้า และพฤติกรรมผู้บริโภคได้เร็วขึ้น ถือเป็นหนึ่งในวิธีเรียนรู้การตลาดออนไลน์จาก “ของจริง” ที่เห็นผลลัพธ์ในตลาดปัจจุบันครับ

คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่ฉลาดกว่าคนอื่น แต่คือคนที่รู้วิธีดูข้อมูลแล้วนำมาปรับใช้ได้เหมาะสม

Facebook Ads Library ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของสายการตลาดออนไลน์ และ AI Marketing ที่ช่วยให้เราสามารถส่องโฆษณาคู่แข่ง วิเคราะห์เทรนด์สินค้า และหาไอเดียธุรกิจจาก Ads ที่กำลังใช้งานจริงในตลาดได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งหากนำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดร่วมกับการหา Supplier หรือโรงงานราคาถูก ก็สามารถช่วยลดเวลาในการ Research ตลาดและเพิ่มโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ได้มากขึ้นครับ 

แต่นอกจากการวิเคราะห์โฆษณาและหาสินค้าสำหรับธุรกิจแล้ว การวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้ครบทั้งระบบก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสร้างยอดขายระยะยาว ดังนั้นการเลือกใช้บริการ รับทำ SEO และ Google Ads จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง SGE Advertising ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยผลักดันแบรนด์ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมและเริ่มต้นการตลาดดิจิทัลที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า

Published On: พฤษภาคม 21st, 2026|Categories: Social, Tools|Views: 188|
เขียนโดย Thiraporn
Howard Wang
เรียบเรียงโดย

Howard Wang

Digital Marketing Consultant

Co-founder ของ SGE Group และ SGE Advertising ที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัลผู้เปลี่ยนกลยุทธ์ออนไลน์สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

Co-founder ของ SGE Group และ SGE Advertising ที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัลผู้เปลี่ยนกลยุทธ์ออนไลน์สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

แสดงความคิดเห็นของคุณ


แบ่งปันความรู้

หมวดหมู่เนื้อหา