Backlink คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับการทำ SEO

Backlink หนึ่งในปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ส่งผลต่อการจัดอันดับของ Google หากคุณมีเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ บล็อก หรือเว็บเนื้อหาอื่น ๆ การมีลิงก์คุณภาพที่ชี้มายังเว็บไซต์ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บติดหน้าแรกได้มากขึ้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกว่า Backlink คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อ SEO และถ้าอยากเริ่มทำ Backlink ตั้งแต่วันนี้ ควรเริ่มจากตรงไหนกันบ้างค่ะ
Backlink คืออะไร?

Backlink คือ ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์อื่น ซึ่งชี้มายังเว็บไซต์ของเรา เช่น หากเว็บข่าวหรือบล็อกของคนอื่นใส่ลิงก์ไปยังบทความของเราบนเว็บไซต์ Google จะถือว่านั่นเป็นหนึ่ง Backlink ให้เรา เปรียบเหมือนการที่มีคนอื่นพูดถึงเราและให้เครดิตเราในโลกออนไลน์ ซึ่งยิ่งมี Backlink มาก จากแหล่งที่ดีและมีคุณภาพ Google ก็จะมองว่าเว็บของเรานั้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นตามไปด้วย
Backlink สำคัญยังไงกับ SEO?
สำหรับ Google แล้ว Backlink เป็นเหมือนคะแนนเสียง หรือเสียงสนับสนุนจากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ยืนยันว่าเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรานั้นมีคุณค่าและน่าเชื่อถือ ยิ่งมีเว็บไซต์คุณภาพสูงจำนวนมากลิงก์มายังเว็บของเรา ก็ยิ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในสายตา Google และช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีโอกาสขึ้นไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหาได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ Backlink ยังช่วยให้มีคนคลิกเข้ามาจากเว็บไซต์อื่น ๆ เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่ม Traffic โดยไม่ต้องซื้อโฆษณา นี่เลยเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทีม SEO ของ SGE Advertising ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการ รับทำ SEO ให้ความสำคัญกับการวางแผนสร้าง Backlink อย่างถูกวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่มั่นคงและวัดผลได้จริงค่ะ

ที่มาภาพ: https://ahrefs.com/
จากการศึกษาของ Ahrefs พบว่าเว็บไซต์ที่มี Backlink จำนวนมาก มักจะมีปริมาณผู้เข้าชมสูงตามไปด้วยอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า Backlink ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอันดับ SEO เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเพิ่มการเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านแหล่งข้อมูลต่าง ๆ อีกด้วย
ประเภทของ Backlinks
Backlink มี 4 ประเภท ซึ่งแต่ละแบบก็ส่งผลต่อ SEO แตกต่างกันออกไป การเข้าใจความต่างเหล่านี้จะช่วยให้เราวางแผนได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ
1.DoFollow Backlink
DoFollow Backlink คือการทำลิงก์ที่โยงจากเว็บหนึ่งไปยังอีกเว็บหนึ่ง ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มามีความน่าเชื่อถือสูง (มี DA หรือ DR สูง) และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา ลิงก์แบบ DoFollow ก็ยิ่งมีผลดีต่ออันดับใน Google มากขึ้นเท่านั้น เรียกง่าย ๆ ว่า เป็นลิงก์ที่มีน้ำหนัก และเป็นที่ต้องการที่สุดในการทำ SEO
2.NoFollow Backlink
Nofollow Link คือลิงก์ที่ไม่ได้ส่งพลัง SEO โดยตรงเหมือนลิงก์แบบ Dofollow แม้ว่าเว็บที่ลิงก์มาจะมีคุณภาพสูงก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อยคือ ลิงก์จากโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, X หรือเว็บบอร์ดต่าง ๆ ที่มักใช้ Nofollow เพื่อป้องกันสแปมจากการโพสต์ลิงก์รัว ๆ โดยที่เจ้าของเว็บควบคุมเนื้อหาไม่ได้
ตัวอย่างโค้ด:
<a href=”https://example.com/” rel=”nofollow”>External Link</a>
แม้จะไม่ได้ส่งค่าพลัง SEO โดยตรง แต่ Google ก็ยังรับรู้ว่ามีคนลิงก์มายังเว็บไซต์เราอยู่ดี ซึ่งเป็นสัญญาณหนึ่งว่าเว็บเราน่าจะมีคุณภาพระดับหนึ่ง และสามารถส่งผลให้อันดับดีขึ้นได้ในภาพรวม ซึ่งจากการทดสอบจาก Semrush พบว่า การเพิ่มแค่จำนวน Nofollow link ก็ช่วยให้อันดับของเว็บไซต์เราดีขึ้นได้ค่ะ
3.Sponsored Backlink คืออะไร?
Sponsored Backlink คือลิงก์ที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เช่น การซื้อโฆษณา การจ่ายเงินเพื่อให้มีลิงก์ หรือการจ้างรีวิวแล้วแนบลิงก์กลับมายังเว็บไซต์เรา
ซึ่งตามแนวทางของ Google ถ้าลิงก์นั้นเกิดจากการ “สปอนเซอร์” ไม่ว่าจะในรูปแบบเงินหรือของแลกเปลี่ยน เจ้าของเว็บไซต์ควรใส่แท็ก rel=”sponsored” กำกับไว้ โดยลิงก์เว็บ Affiliate ก็เป็นประเภทนี้ด้วย
ตัวอย่างโค้ด:
<a href=”https://example.com/” rel=”sponsored”>Check out this site</a>
วิธีการได้มาของ Backlink
Backlink ยังสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ตามวิธีการได้มาของ Backlink
1. Natural Editorial Links
ลิงก์ที่เว็บไซต์อื่นสร้างขึ้นโดยสมัครใจ เพราะเห็นว่าเนื้อหาของเรามีคุณภาพ เช่น เว็บข่าวหรือบล็อกที่อ้างอิงเราโดยไม่ต้องขอ ถือเป็นลิงก์ที่มีคุณค่าสูงในมุมมองของ Google
2. Manual Link Building
เป็น Backlink ที่เราสร้างขึ้นเอง โดยการนำคอนเทนต์ไปลงในเว็บไซต์อื่นที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อแทรกลิงก์กลับมายังเว็บของเรา หากมีการซื้อขายลิงก์ ควรระบุให้ชัดว่าเป็น Sponsored เพื่อไม่ให้ผิดแนวทางของ Google
3. Non-Editorial Links
ลิงก์จากผู้ใช้งานทั่วไป เช่น การคอมเมนต์หรือโพสต์ลิงก์ในฟอรั่ม มักไม่ได้คุณภาพเท่าไหร่ และถ้าทำมากเกินไปอาจถูกมองว่าเป็นสแปม
Backlink ที่ดีเป็นยังไง?

- มาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
เว็บนั้นควรมี Traffic จริง มีผู้ติดตามหรือผู้อ่านจริง และไม่ได้เป็นเว็บที่ดูเหมือนขายลิงก์ทั่วไป - มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ถ้าเราเขียนเรื่องสุขภาพ แล้วได้ Backlink มาจากเว็บสุขภาพหรือฟิตเนส Google จะให้คะแนนดีกว่าลิงก์จากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้อง - มี Anchor Text ที่เกี่ยวข้อง
คำที่ใช้ลิงก์ เช่น “รองเท้าวิ่ง” หรือ “สูตรอาหารคลีน” ควรตรงกับเนื้อหาในหน้าเว็บเป้าหมาย ไม่ควรใช้คำทั่ว ๆ ไปอย่าง “คลิกที่นี่” - อยู่ในเนื้อหาหลัก ไม่ใช่แค่ท้ายหน้าเว็บ
ลิงก์ที่ฝังอยู่ในเนื้อหาบทความจริง ๆ มักจะได้คะแนน SEO ดีกว่าลิงก์ที่อยู่ใน footer, sidebar หรือพื้นที่โฆษณา
วิธีสร้าง Backlink
- สร้างคอนเทนต์ดี ๆ ที่คนอยากลิงก์ถึง
เช่น บทความ How-To, คู่มือ, หรือข้อมูลที่เจาะลึก ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อ่านได้ คนจะอยากแชร์และลิงก์กลับมาเอง - เขียน Guest Post ให้เว็บอื่น
ติดต่อเว็บในสายงานเดียวกันเพื่อขอเขียนบทความ แลกกับการใส่ลิงก์กลับมายังเว็บของเรา เป็นวิธีที่ยังใช้ได้ผลอยู่เสมอ - ลงลิงก์ในเว็บสารบัญเว็บไซต์ (Directory)
มีหลายเว็บที่เปิดให้ลงข้อมูลธุรกิจหรือเว็บไซต์ได้ฟรี เช่น ThaiSME, Bloggang, Wongnai สำหรับธุรกิจ - แชร์ในกลุ่มหรือฟอรั่มที่เกี่ยวข้อง
เช่น กลุ่ม Facebook, Reddit หรือ Quora แต่ควรแชร์อย่างมีประโยชน์ ไม่ใช่แค่โยนลิงก์ไปเฉย ๆ เพราะอาจโดนลบหรือมองว่าเป็นสแปม - ขอลิงก์จากพันธมิตรหรือคู่ค้า
ถ้าเราทำงานร่วมกับบริษัทอื่น หรือมีเครือข่ายเว็บในธุรกิจเดียวกัน ลองขอลิงก์จากหน้า Partner หรือหน้าแนะนำ
การทำ Backlink เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ ที่ช่วยผลักดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับดีขึ้นใน Google ยิ่งลิงก์มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือมากเท่าไร ก็ยิ่งเสริมความแข็งแรงให้เว็บไซต์ของเรามากเท่านั้นค่ะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นว่า Backlink คืออะไร และทำไมถึงมีบทบาทสำคัญในการทำ SEO นะคะ
ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมและเริ่มต้นการตลาดดิจิทัลที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า
- Tel : 065-419-9555
- E-mail : [email protected]
- LINE : @sgeads

















